แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนรักดินสอ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนรักดินสอ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาชีพเหลาดินสอ

ย้ายบ้านใหม่ครับ ตามมาที่ www.pencil2pens.com


มาดูอาชีพแปลกๆกันดีกว่าครับ อาชีพเหลาดินสอ


ผมว่าเป็นอะไรที่น่าขำมาก ที่จะมีอาชีพนี้ขึ้นมาได้ หลายคนอาจจะมาบอกว่าเป็นอาชีพที่เหลวไหล แต่เค้าก็หลงรักมันและเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง หรือ ใครจะหัวเราะเขาก็ตาม

DavidRees

ค้าชื่อ David Thomas Rees หรือเรียกเค้าง่ายๆว่า เดวิดรีส แต่ก่อนเค้าเป็นนักเขียนการ์ตูน ประชดประชัน แล้วเค้าก็เคยทำงานบริษัทเกี่ยวกับสำหรวจแแบบสอบถามมาก่อนด้วย เค้าเลยคุ้นเคยกับการใช้ดินสอมาตลอด แล้วเขาค้นพบว่าเขามีความสุขทุกครั้งที่ทำการเหลาดินสอ
งานการ์ตูนที่ Devid เขียน

เดวิดเลิกเขียน Political cartoonist ตอนปี 2009 แล้วประกาศตัวเองมาเป็น Artisanal Pencil Sharpening

เค้าเริ่มต้นที่รับเหลาดินสอที่ราคา 15 เหรีญอเมริกาต่อแท่งจนในปัจุบัน 40 เหรีญต่อแท่ง แต่เดิมเดวิดจะให้ส่งดินสอที่จะให้เหลามาให้เค้า แต่ในปัจุบันเค้าจะมีดินสอให้ด้วยครับ เพราะเค้าบอกว่าดินสอที่ให้มาบางทีคุณภาพไม่ดีไม่คุ้มที่จะเสียเงินมาเหลา

222

ปัจุบันเขาเหลาดินสอมากว่า 800 แท่ง ได้เท่าไรเอา 800x1300บาท ดินสอที่ส่งไปให้เค้าเหลาจะมีใบ Cetificate ให้ด้วย พร้อมกล่องและปลอกกันกระแทกตามไปดูได้ที่วีดีโอข้างล่างนะครับ







ปัจจุบันเค้าใช้ดินสอของ Palomino Blackwing 602 ที่ใช้สำหรับเหลาแล้วส่งให้ลูกค้า ผมไม่อยากจะเชื่อเลยครับ เค้าได้ออกหนังสือวิธีการเหลาดินสอเอาไว้ด้วย เล่มละประมาณ 20 ดอลล่าร์  ผมตามไปดูบทสัมภาษณ์ของเค้าผมว่าเค้าดูนิสัยแปลกๆอยู่ แต่เค้าก็อออกหลายรายการอยู่นะครับ มีอยู่ตอนหนึ่งมีคนถามเขาว่าดินสดกดในมุมมองของคุณเป็นอย่างไรเค้าบอกว่าห่วยมาก "fuck you" เค้าบอกให้ไปหาอ่านหนังสือของเค้าที่บท11 เรื่องดินสอกด แล้วหน้านั้นไม่ได้เขียนอะไรเลย เพียงแค่บออกว่าห่วยมาก "bull shit" 555



หลังจากดูวีดีโอจบ ผมว่าวิธีการเหลาก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก เทคนิคแค่เหลาไม่ให้โดนไส้ดินสอแกร์ไฟต์ เพราะมันจะทำให้ไส้เปราะแล้วใช้กระดาษทรายละเอียดขัดอีกทีให้แหลม ถ้าจะมองในแง่ศิลปะก็ได้เพราะแต่ละแท่งเหลาก็ไม่เหมือนกัน แล้วคนส่วนใหญ่ก้เก็บไว้เป็นที่ละลีก ดินสอที่เขาเหลาแล้วส่วนมากก็ไม่ได้มาใช้ลูกค้าจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกมากกว่า ด้วยเพราะเค้าแปลกและเป็นเจ้าเดียวที่ทำและไม่น่าจะมีใครทำเลียนแบบ555 เขาถึงถูกพูดถึงทั้งทางที่ดีและไม่ดี อย่างน้อยโลกก็รู้ว่าเขามีตัวตน555



ผมได้คิดว่าบางทีเราทำอะไรก้ตามต้องมีความเชื่อและยืนหยัดนานพอ เราจะหมุนตามโลกหรือให้โลกหมุนตามเรา ว่ามา!


คนรักดินสอ
www.facebook.com/pencil2pen
http://pencil-pens.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ดินสอกดแห่งตำนาน Rotring

ย้ายบ้านใหม่ครับ ตามมาที่ www.pencil2pens.com

ดินสอกดแห่งตำนาน Rotring




ดินสอ Rotring Tikky เริ่มผลิตในปี 1979 หรือ 2522

Rot – Ring ไม่ใช่อ่านว่า รอทติ้งนะครับ ยิ่งแต่ก่อนผมนึกว่าเขียน แบบนี้ครับ Rotting ใครที่เรียกชื่อผิดแต่แรกน่าเตะชะมัด  จริงแล้วถ้าเราสังเกตว่ามีตัวRอีกตัวซ่อนอยู่ ก็ไม่น่าอ่านว่ารอทติ้งเห็นด้วยไม้ครับ


ซึ่งคำว่า Rot  (อ่านว่า โรท ) = สีแดง

Ring (อ่านว่า ริง) = วงกลม


พออ่านรวมกันมันจึงอ่านว่า โรท – ริง  ซึ่งแปลว่า วงกลมสีแดงนั่นเอง ลองสังเกตดูสิครบว่าดินสอหรือปากกาทุกแท่งจะมีวงกลมสีแดงเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์อยู่ ผมก็พึ่งสังเกตอยู่เหมือนกัน แต่ก่อนชอบก็ซื้อ ไม่ได้สนใจประวัติหรือรายละเอียดอื่นๆกันเลย พอมาเขียนหาเพื่อน ก็กลัวเค้าจะหาว่าเป็นเต่าตุ่นก็ต้องหาข้อมูลบ้าง ตอนนี้ผมยังหาคนที่มาแชร์เรื่องราวดินสอกดกับผมยังไม่มีเลย อยากร้องไห้ เขียนเองอ่านเองละกัน สู้ต่อไป ไอ้มดแดงงงง

rotring 1988 (Sweden) catalog, page 17

บริษัท Rotring เป็นของเยอรมัน และ มี ประวัติอันยาวนาน มากครับ บริษัทได้ก่อตั้งในปี 1928 ในชื่อ Tintenkuli Handels GmbH และเปลี่ยนชื่อเป็น Rotring ในช่วงทศวรรษ 70 เพื่อให้สอดคล้องกับเครื่องหมายการค้า ในปี ค.ศ. 1998 โรทริงถูกบริษัท Newell Rubbermaid จากสหรัฐฯ เข้าซื้อกิจการ และได้รับอิทธิพลการออกแบบจากโรงเรียน  Bauhaus ของเยอรมันที่จะนำศิลปะมาใช้ในการออกแบบสินค้าอุตสาหกรรมโดยออกแบบให้เรียบง่ายที่สุดและยังใชังานได้ดี

 “The Bauhaus School of Art & Design thinks of art into industry. Good design became defined by minimalism and simplicity, this thinking and aesthetic approach to design has had a huge influence on rOtring design". 



ดินสอ Rotring มีทั้งหมด 3 รุ่น

1.ดินสอ Rotring Tikky  first generation ผลิตในปี 1979 ถึง1996 

Tikky
1979 - 1996

2.ดินสอ Rotring Tikky second generation ผลิตในปี 1997 ถึง2007   


Tikky II
1997- 2007
3.ดินสอ Rotring Tikky third generation ผลิตในปี 2008 ถึง ปัจจุบัน   


Tikky (2008)
2008-ปัจจุบัน






จริงๆดินสอกด Rotring ยังมีอีกหลายรุ่นที่ไม่ใช้ ชื่อ Tikky เค้าเรียกว่า Non Tikky series จะใช้ชื่อว่า T, TS slide จะใช้สำหรับมืออาชีพ เช่นงานเขียนแบบ, เขียนรูป และ อื่นๆ ผมว่ามันก็ใช้ได้เหมือนกันหมด ผมกับมองไปที่ขนาดของไส้ดินสอซะมากกว่าว่าเหมาะกับงานประเภทไหน รุ่น professional น่าจะเป็นเรื่องของวัสดุที่ดีกว่ารุ่นธรรมดาซะมากกว่า

ส่วนของรุ่นTikky ยังมีอีกหลายรุ่นซิ่งผมเองก็พึ่งจะรู้ว่าเค้ามีการผลิตรุ่นนี้ออกมาด้วย และบางรุ่นผมคิดว่าไม่น่าจะมีขายในเมืองไทยนะครับ ผมพยายามหาว่า Tikky ในภาษาของเยอรมันแปลว่าอะไร แต่ผมก็หาไม่เจอครับ ผมเดานะครับ ว่าTikky น่าจะหมายถึง เสียงของการกดดินสอแล้วเสียงดังคริ้กๆมั่วเอาละกันครับ

1. Tikky standard
2. Tikkyspecial
3. Tikky automatic
4. Tikky double push
5. Tikky metallic
6. Tikky metal double push


rotring Tikky special

    ROTRING TIKKY SPECIAL



rotring Tikky II 0.5

TIKKY II


ROTRING T



rotring TS slide

TS SLIDE


rotring Tikky double push

 TIKKY DOUBLE PUSH


rotring 400

  ROTRING 400 (TIKKY METALLIC DOUBLE PUSH)


คราวนี้เรามาดูกันนะครับว่าแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างอย่างไรนะครับ


จากรูปเริ่มจากล่างขึ้นข้่งบน รุ่นหนึ่ง,สอง,สามตามลำดับ
ผมต้องขอบอกก่อนนะครับว่า Rotring รุ่นแรกอยู่กับผมมานานามากกว่า 10 ปีแล้วและผมได้ปลดประจำการไปแล้ว รุ่นแรกนี่ผลิตในเยอรมันแน่นอนครับ โชคดีที่ไม่หายนะครับ และผ่านสมรภูมิมาพอสมควร
ตัวหนังสือที่screenบนแท่งดินสอก็หายหมดแล้ว โครเมี่ยมที่หัวดินสอกดก็ลอกพอสมควรแต่เชื่อไหมว่ายังใช้งานได้ดีไม่เคยบ่นหรือเกเรต่อหน้าที่เลยซักครั้งครับ จริงแล้วผมก็หาไม่เจอมานานแล้ว วันหนึ่งผมกำลังเก็บบ้าผมก็ได้พบเนื้อคู่ที่เคยเป็นคู่จิ้นกันมาหลายปี ผมไปเจอในกล่องดินสอที่เกือบจะทิ้งอยู่แล้วครับ555 แต่ในตอนนั้นผมยังรักเดียวใจเดียวใจเดียวอยู่และไม่ได้มีการเก็บสะสมบ้าบอเหมือนวันนี้ 



วันนี้ผมจะเขียนรีวิวแบบรวมนะครับว่าแต่ละรุ่นแตกต่างอย่างไร โดยผมจะแบ่งเป็นรุ่น 1,2,3 ตามปีที่ผลิตตามข้างบนนะครับ

น้ำหนัก ของ โรทริง หรือ ร้อทติ้ง รุ่นที่หนึ่งจะเบาที่สุด รองลงมาก็รุ่นสองและสามตามลำดับ แรกๆผมก็ว่าน้ำหนักรุ่นแรกเบาเกินไปครับ เพราะถนัดและเคยชินกับดินสอที่มีน้ำหนักแบบรุ่นใหม่ในปัจจุบัน จนเราลืมความเบาสบายแบบไม่เคยมีมาก่อน มาโฆษณาให้เขาอีกละ แต่ตอนเขียนผมกลับชอบรุ่นแรกมากที่สุดเมื่อเทียบทั้งสามรุ่น ผมว่าเค้าออกแบบมาดีมากครับ จับถนัดมือ แล้วที่หัวดินสอยาวเรียวเล็กทำให้คล่องตัว แต่แรกๆก็จะรู้สึกว่าทำไมดินสอเวลาเขียนถึงได้สูงๆห่างจากส่วนของมือที่สัมผัสกับกระดาษมาก แต่ เวลาเขียนเขียนได้ดีลื่นไหล แม้จุดศูนย์ถ่วงของดินสอจะอยู่สูงกว่าปกติแต่ข้อดีคือดินสอแบบนี้จะดีในการเขียนแบบและเวลาใช้คู่กับไม้บรรทัดหรือใช้อุปกรณืเขียนแบบ แต่ผมไม่แน่ใจสำหรับฝรั่งจะชอบหรือถนัดไหมกับดินสอกดที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กๆแบบนี้ ลองดูขนาดของ Rotring กับ ดินสอกด Mono Graph ( ระบบเขย่า)ของ Tombow ที่ผมใช้อยู่ประจำ ว่างๆจะมารีวิวให้ฟังนะ ดูแล้วเหมือนพ่อกับลูกเลย Rotring รุ่นแรกมีขนาดเล็กมากๆอย่างเห็นได้ชัด


เทียบขนาดกับดินสอกด MONO ที่ใช้ประจำ

การ Balance ทำได้ดีไม่หนักหัวหรือท้ายจนเกินไปเขียนแล้วไม่รู้สึกว่าสะดุด ถ้าเรียงลำดับตามความชอบส่วนตัวของผม ผมชอบรุ่นหนึ่งมากที่สุด รองลงมากลับเป็นรุ่นสาม และ รุ่นสอง ตามลำดับ ทำไม
เหรอครับ รุ่นหนึ่งไม่ต้องพูดกันมากมายแลัว  แต่รุ่นสองกับสาม รุ่นสองน่าจะดีกว่า เพราะขนาดใหญ่กว่ารุ่นหนึ่งแต่เล็กกว่ารุ่นสาม หัวดินสั้นกว่ารุ่นหนึ่งแต่ก็เท่ากับรุ่นสาม ที่ดีกว่าเพราะลองสังเกตุสิรุ่นสามจะไม่ได้เป็นทรงกลมตลอดทั้งแท่งแต่จะเป็นทรงสามเหลี่ยมที่ส่วนปลาย ดูจากในรูปสิมีใครสังเกตุบ้างไหม การออกแบบ แบบนี้ทำให้ล็อคติดกับมือทำให้ไม่ลื่น แล้วมั่นคงเวลาเขียน ว่าไปนั่นขนดนั้นเลยเหรอ คำตอบ "ใช่"ครับ















วัสดุ ผมว่าทุกตัวดูดีหมดนะครับ น่าจะทนอยู่เพราะดูแล้วไม่แตกต่างจากรุ่นหนึ่งเท่าไรครับ แต่ผมชอบรุ่นสามมากที่สุดตรงด้ามจับ ที่มีส่วนผสมของยางอ่อนกับแข็งตรงส่านที่จับ เวลาเขียนจะนุ่มมือ แต่ด้ามจับเขียนที่เป็นวงแหวนของรุ่นสองกับสามก็ไม่รู้สึกเจ็บมือ แต่ที่เขียนตรงนี้เพราะชอบความละเอียดและใส่ใจในการออกแบบของเค้าอะครับ


ยางนิ่มๆส่วนที่สีเทา

ระบบกลไก รุ่นหนึ่งจะเป็นทองเหลืองทั้งหัวกลไกล ส่นรุ่นสองและสามจะมีส่วนผสมของพลาสติกที่หัวกลไกลด้วยครับ เวลาใส่หัวกลไกดินสอ รุ่นหนึ่งใส่แบบกดเข้ากับตัวด้ามได้เลยจะมีเขี้ยวล้อคเล็กๆอยู่ข้างใน แต่ในรุ่นสองและสามจะเป็นเกลียวเพื่อหมุนให้หัวกลไกดินสอกับด้ามจับหมุนเข้าหากัน ผมว่ารุ่นหนึ่งน่าจะทนที่สุดถ้าดินสอไม่หายไปซะก่อน


รุ่นหนึ่ง
   

รุ่นสอง 
       
รุ่นสาม

Clipหนีบดินสอ รุ่นหนึ่งดูงานสวยสุด ตัวหนังสือชัดเจน แต่ทุกรุ่นก็แข็งแรงและหนีบกับกระเป๋าเสื้อได้แน่นหนาดีครับ


รุ่นหนึ่ง
รุ่นสอง
รุ่นสาม

ถ้าถามว่าชอบรุ่นไหมมากที่สุด ก็ต้องบอกรุ่นหนึ่งเพราะ ทรวดทรงองค์เอวดูอ่อนช้อยและงดงามมากที่สุดแล้วครับ แล้วเค้าเป็นตำนานไปแล้ว ถ้าใครเคยอยู่ในยุคของผมประมาณ 20 กว่าปีก่อน จะเข้าใจว่าใครก็อยากมีเค้าไว้พกซักด้ามมันเท่ห์จริง ยังจำวิธีควงดินสอกันได้ไหมครับ ผมนี่หมุนดินสอแบบเทพๆเลยสมัยนั้น

ถ้าคนที่ชอบสะสมก็น่าจะมีให้ครบทั้งสามรุ่น หรือถ้าเวลามีเหลือก็หารุ่นแปลกมาครอบครองไปด้วยเลยครับ 

ถ้าอยากได้ก็หาในอ่าวเลย (ebay) บ้านเราก็มีคนขายรุ่นหนึ่งประมาณสามร้อยกว่าบาท สมัยนั้นเท่าที่จำได้ประมาณด้ามละ 90 บาท รีบนะครับก่อนที่จะหาไม่ได้นะตัวเอง555



คนรักดินสอ
www.facebook.com/pencil2pen
http://pencil-pens.blogspot.com/



























วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

ขั้นตอนการผลิตดินสอ

ย้ายบ้านใหม่ครับ ตามมาที่ www.pencil2pens.com

ขั้นตอนการผลิตไส้ดินสอ และดินสอ

แกรไฟต์เป็นธาตุคาร์บอนในรูปแบบหนึ่ง คล้ายกับเพชรและถ่าน และสามารถมาใช้อุปกรณ์เบรครถยนต์ อุสาหกรรมเหล็กกล้าและแบตเตอร์รี่ โครงสร้างของแกรไฟต์จะอ่อนและไม่แข็งแรงนักและสามารถหลุดลอกได้ง่าย มีโครงสร้างเป็นเกล็ดบางซ้อนกันเป็นเป็นชั้นๆ เกาะกันอย่างหลวมๆ เวลาเขียน แกรไฟต์ชั้นบางๆ จะหลุดร่อน และลอกติดไปบนพื้นผิววัสดุทำให้เกิดรอยสีดำขึ้นแกรไฟต์ไม่สามารถผลิตได้และได้มาจากการทำเหมืองเป็นต้น ปกติการทำเหมืองต้องมีเปอร์เซ็นต์
แกรไฟต์ประมาณ30%จึงจะคุ้มที่จะทำการขุดเจอะเป็นต้นเรามาดูวิธีการทำไส้ดินสองจากYou Tube กัน



ในการทำไส้ดินสอนั้น จะเริ่มจากการนำผงแกรไฟต์ที่บดละเอียด มาผสมรวมกับดินขาว และน้ำ แต่ถ้าเป็นดินสอสีก็จะผมสีลงไปด้วยครับ ต่อจากนั้น นำไปอัดเป็นแท่งขนาดใหญ่ก่อนแล้วให้ความร้อนที่ 160 องศาเซลเซียส เพื่อไล่ความชื้นออก หลังจากนั้นไปอัดผ่านหัวอัดให้มีขนาดไส้ตามเส้นผ่านศูนย์กลางตามความต้องการ ไส้ที่ได้ออกมาเป็นแท่งยาว ก่อนนำไปเผาที่อุณหภูมิประมาณ 1,000- 1,200 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงนำไปตัดและเคลือบด้วยขี้ผึ้ง ซึ่งทำให้ไส้ดินสอเรียบและมัน ทำให้เขียนได้ลื่น และสุดท้ายการประกอบเป็นแท่งดินสอ ก็จะใช้กาวผนึกให้ติดแน่นกับปลอกไม้ที่ใช้หุ้ม โดยไม้ที่นำมาใช้ต้องเป็นไม้เนื้ออ่อนพอควร เพื่อทำให้เหลาง่าย ส่วนใหญ่จะเป็น ไม้ซีดาห์ ซึ่งปกติเอามาใช้ในการทำ เฟอร์นิเจอร์ได้ เป็นต้น
                   

ตัว H กับ ตัว Bในดินสอหมายถึง (คัดลอกจากผู้จัดการออนไลน์)

ผู้อ่านหลายๆอาจจะยังพอคุ้นหูอยู่บ้างว่าไส้ของดินสอนั้นทำมาจากแกรไฟต์แต่ถ้าลงลึกไปในราละเอียด แล้วแกรไฟต์ไม่ใช่ส่วนผสมเดียวของไส้ดินสอ แต่ยังมีผงดินเหนียวและน้ำรวมอยู่ด้วย หรือถ้าเป็นดินสอสีก็จะมีเม็ดสีเป็นอีกส่วนผสมหนึ่ง ซึ่งสัดส่วนของแกรไฟต์และดินเหนียวที่ใช้มีความสำคัญกับคุณภาพของดินสอที่ได้ กล่าวคือ ยิ่งผสมดินเหนียวมากขึ้นเท่าไร ไส้ดินสอที่ได้ก็จะแข็งขึ้นและสีอ่อนลงเท่านั้น ส่วนการที่จะเขียนติดกระดาษดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับ ส่วนผสมของขี้ผึ้งที่เคลือบบนไส้ดินสอด้วยครับ เคยรู้ ไหมครับถ้าเราไม่เคลือบด้วยขี้ผึ้งดินสอจะเขียนไม่ติด  
  






ส่วนสัญลักษณ์ 2B ที่พวกเราคุ้นเคยกันนั้น เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของดินสอตามระบบแบบยุโรป ซึ่งจะวัดระดับของไส้ดินสอตาม H (Hardness) คือ ความแข็ง และ B (Blackness) คือ ความดำ รวมทั้ง F (Fine point) คือ ความละเอียดของเนื้อดินสอด้วยครับ ส่วนตัว
 F เราจะไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไรนอกจากเป็นงานวาดภาพที่ต้องการเนื่อสีที่ละเอียด
     

มาตรฐานดินสอที่ใช้เขียนกันทั่วไปอยู่ในระดับ HB ส่วนดินสอสำหรับระบายกระดาษคอมพิวเตอร์ ต้องใช้ความเข้มระดับ 2B ขึ้นไป   
    

ทั้งนี้ ดินสอที่ผลิตอยู่ในท้องตลาดมีตั้งแต่ 9H ซึ่งมีไส้ดินสอที่แข็งที่สุดแต่ให้สีอ่อนที่สุด ไล่ไปที่ 8H, 7H, 6H, 5H, 4H, 3H, 2H, H, F และ HB ซึ่งเป็นดินสอระดับมาตรฐานสำหรับงานเขียน ไปจนถึงระดับ B, 2B, 3B, 4B, 5B, 6B, 7B, 8B และ 9B ซึ่งเป็นดินสอที่มีไส้อ่อนที่สุดแต่ก็สีดำที่สุด 
      

สรุปตามคำถามได้ว่า ดินสอที่มีตัว H มากจะยิ่งให้สีอ่อนลงเรื่อยๆ ในทางตรงข้าม ดินสอที่มีตัว B มากจะยิ่งมีสีเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยดินสอที่มีความเข้มมากจะใช้ในการแรเงา ส่วนดินสอที่มีความเข้มน้อยจะใช้ในการร่างภาพ  

อย่างไรก็ตามตามกฏเกณฑ์ ความเข้มอ่อนของไส้ดินสอของแต่ละผู้ผลิตก็ไม่เหมือนกันเพราะไม่มีมาตรฐานตายตัว ตัวอย่างเช่น ดินสอ 2B ของบริษัท ก กับ บริษัท ข ความเข้มของสีก็ไม่เท่ากัน
     

นอกจากเกณฑ์การวัดระดับไส้ดินสอตามระบบยุโรปแล้ว ยังมีระบบตัวเลขที่ใช้กันในอเมริกา โดยดินสอเบอร์ 1= B, ดินสอเบอร์ 2 = HB, ดินสอเบอร์ 2 1/2 = F, ดินสอเบอร์ 3 = H และดินสอเบอร์ 4 = 2H













วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

ดินสอกด Kaweco

ย้ายบ้านใหม่ครับ ตามมาที่ www.pencil2pens.com

ดินสอกด Kaweco


จริงแล้วผมรู้จักยี่ห้อนี้มาจากเพื่อนผมที่เล่นปากกาหมึกซึมอีกทีนะ ยี่ห้อนี้เป็น Brand ของเยอรมัน จริงๆแล้วเค้าดังเรื่องปากกาหมึกซีมมาก มีหลายคนบอกว่าตัวปากกาหมึกซิมเขียนดีกว่า Lamy  อีก!!! เค้ามีประวัติมายาวนาน แล้วถ้าไม่ดีจริงคงม้วนเสื่อกลับบ้านไปแล้วครับ

บ้านเราก็มีขายนะยี่ห้อนี้อยู่ในห้างเซ็นทรัลนะครับจะมีแบบให้เลือกเยอะหน่อยก็เซ็นทรัลชิดลมกับเซ็นทรัลworldนะครับ

Kaweco SKETCH UP Brass

Kaweco was first established in 1883 as a dip pen factory in Heidelberg, Germany. In 1971, Kaweco obtained a license to produce a line of Sport pens for the 1972 XX Olympic Games in Munich, West Germany. In 1994, H&M Gutberlet obtained ownership of Kaweco.

วันนี้เราจะมาดูดินสอหน้าตาประหลาดๆกัน จริงๆแล้วผมใช้ดินสอกดแท่งนี้น้อยมาก จริงๆแล้วไม่ได้ใช้มากกว่า เพราะเค้าออกแบบมาให้ใช้กับการวาดรูป หรือ เสก็ตรูป ด้วยไส้ขนาดมหึมา 5.6 mm การที่จะหาซื้อไส้ดินสอไซด์นี้ คงทำได้ลำบากเพราะไม่ใช่ไส้ดินสอมาตรฐาน และไม่มีใครเค้าทำกัน แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ มีความคลาสสิกในตัวเค้าเองทำให้ผมอดใจที่จะไม่ครอบครองเธอไม่ได้ เห็นเธอแล้วเกิดอารมณ์ทันที! ว่าแล้วไม่รอช้า เข้าwebแล้วสั่งเลยครับใช้เวลาประมาณ10วันก็ส่งถึงบ้านแม่ผมเลย ภรรยาจับไม่ได้ละงานนี้555 มีความภูมิใจเล็กๆ


พัสดุอะไรมาจากต่างประเทศน้า
แกะออกดูเจออะไรน้า
ผมสั่ง ซื้อจากweb Fontoplumo กดเลยครับ ตอนผมซื้อเค้าแถมกล่องมาให้ด้วยครับ น่าจะที่ผมซื้อ
ปากาหมึกซีมพร้อมกับดินสอกด จากรูปด้าบนกล่องสีดำคือไส้ดินสอขนาด 5.5. mm นะครับ การแพคดีมากครับ

คุณสมบัติ

ราคาแค่พันกว่าบาทนะครับ แต่ผมสั่งซื้อมาจากเมืองนอก ถ้าเมืองไทยรุ่นนี้ไม่มีขายราคาน่าจะแพงกว่านี้หลายอัฐอยู่ มาอีกและภาษาแปลกๆ พอดีไปดูสมเด็จเนรศวรตอนอวสานหงส์สามานะ

วัสดุเป็นทองเหลือผมชอบนะครับ เค้าจะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในแต่ละด้าม เพราะการ oxidize ของทองเหลืองกับอากาศ รามทั้งเหงื่อของเราทำให้สีสรรออกมาไม่เหมือนกัน ทำให้มีเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละด้ามที่มีสีสรรไม่เหมือนใครและบางครั้งไม่มีใครอยากเหมือน

ส่วนประกอบ ผมถอดออกมาได้ทั้งหมดสามชิ้น วัสดุดี งานปราณีต ที่ส่วนท้ายมีเที่เหลาดินสอให้คมมาให้ด้วยแบบครบๆกันเลย 






ไส้ดินสอ ผมสั่งเพิ่มมาอีกหนึ่งกล่อง ผมแน่ใจว่าที่เมืองไทยหายากแน่นอน แต่ตัวด้ามเขียน 5.6mm แต่ไส้มา5.5 mm แต่ลองใส่แล้วไม่มีปัญหานะแน่นดี


ด้านท้ายของหัวกดมีที่เหลาดินสอครับ




น้ำหนักดีไม่หนักมากด้ามมีความยาวเหมาะมือไม่สั้นไปและง่ายต่อการพกพานะครับ จริงเค้ามี clip ไว้ใส๋เหน็บปากกาแยกขายด้วยแต่ผมว่าปล่อยแบบนี้ดูสวยกว่าครับ





ทำไมด้ามดินสอเป็นแปดเหลี่ยม เวลาจับก็ถนัดมือเหมือนดินสอทรงกลม แล้วทำไมไม่ทำทรงกลมไปเลยฟะ ก็มันเป็นดีไซน์เค้าไงไม่เหมือนใครแล้วทำให้ตัวเองมีเอกลักษณ์ ส่วนใหญ่ Kaweco จะออกแบบเป็นทรงแปดเหลี่ยมไม่ว่าจะเป็นดินสอกดหรือปากกาหมึกซึม แต่ช้าก่อนจริงแล้วการออกแบบแบบนี้ทำให้เวลาจับไม่ลื่นไม่ต้องอาศัยวัสดุพวกยางมาหุ้มอีกทีและเวลาวางไว้เค้าไม่ไหลตกจากโต๊ะอะ เพราะไอ้หลายๆเหลี่ยมนี่แหละ บอกแล้วพวกเหลี่ยมจัดตกน้ำไม่ไหลตกไฟเสียดายของ555

ระบบการกด รุ่นนี้แบบธรรมดาไม่อัตโนมัติ บางรุ่นของ Kaweco มีแบบกดแล้วไหลอัตโนมัติสำหรับไส้ดินสอไส้ใหญ่ด้วยนะจะบอกให้ อ่านแล้วงงไหม รุ่นนี้ถ้ากดค้างไว้ไส้จะไหลออกมาหมดเลย เพราะระบบเป็นแบบกดแล้วหัวดินสอที่จับไส้ดินสอไม่หุบอัตโนมัติแบบเป็นจังหวะ ลองไปดูที่เค้าเตอร์ดูไม่รู้จะอธิบายอย่างไรนะ

สุดท้าย มีหลายคนถามว่าแท่งอ้วนสั้นขนาดนี้ เอาไหวไม้ หมายถึงจับถนัดไหม ผมชอบนะมั่นคงดีและถนัดมือเอามากๆผมว่าที่ด้ามมันสั้นเพราะต้องการลดน้ำหนักไม่งั้นหนักตายเลย แล้วเค้าชดเชยด้ามดินสอที่สั้นลงด้วยด้ามที่อ้วนๆแทนทำให้จับถนัดมือนะ แต่ถ้าเป็นมือนุ่มๆเล็กๆของหญิงสาวก็ไม่แน่ครับ อาจจะใหญ่ไปนิสครับ

สรุป ถ้าใครอยากได้ดินสอกดเท่ห์ไม่เหมือนใครก็สั่งซื้อได้เลยครับ คนที่เรียนด้านวาดภาพไม่ซื้อแล้วจะเสียใจ มะมากๆนะจะบอกให้ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ใช้ในการสเก็ตภาพ แต่นำมาใช้แบบปกติต้องเขียนตัวอักษรใหญ่กว่าปกตินะครับ เพราะไส้ดินสอขนาดนนี้จะเอามา lecture หรือขีดเขียนแบบจดบันทึกคงไม่เหมาะ แต่ที่แน่ๆควักออกมาโชว์ ก็ต้องอิ้งกันบ้างอะครับ


คนรักดินสอ
www.facebook.com/pencil2pen
http://pencil-pens.blogspot.com/



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kaweco



         Review: Kaweco Zequenz Notebook - Brown/Cognac @Kaweco